'กลุ่ม มทร.' ร่วม EECi เดินหน้าปั๊มคนเสิร์ฟภาคอุตสาหกรรม

 

ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560 - 'กลุ่ม มทร.' ร่วม EECi เดินหน้าปั๊มคนเสิร์ฟภาคอุตสาหกรรม 
          เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมามีการเปิดตัวเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation-EECi) ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 


โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงสถาบันวิจัยทั้งในและ ต่างประเทศ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องรวม 51 หน่วยงาน
          โดยมีเป้าหมายคือการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อเสริมศักยภาพของ EECi ให้แข็งแกร่งมากขึ้น ล่าสุดทางแม่งานหลักอย่าง สวทช. ได้จับมือกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ให้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนด้านการพัฒนาบุคลากร การวิจัย การพัฒนานวัตกรรมสำหรับรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในโครงการ
          "ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล" ผู้อำนวยการ สวทช. ให้ข้อมูลถึง EECi ว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความเข้มข้นของงานวิจัย และนวัตกรรม รวมถึงการวิเคราะห์ทดสอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีการระดมความคิดเห็นจากภาค เอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยได้ทราบถึงความต้องการที่จะนำไป สู่การจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนา EECi
          "เราพูดคุยกับ 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งกลุ่มการบิน กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ กลุ่มหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ กลุ่มเกษตรสมัยใหม่ และกลุ่มเคมีชีวภาพ ซึ่งพวกเขาต้องการ Facility ที่ใช้ร่วมกันอย่างโรงงานต้นแบบ หลังจากนี้ อีก 1-2 เดือนจะทำเป็นมาสเตอร์แพลนว่าภายใน EECi จะมีพื้นที่ใช้สอยสำหรับด้านใดบ้าง"
          EECi ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 แห่ง ได้แก่ วังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง เนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ เป็นที่ตั้งของกลุ่ม ARIPOLIS ศูนย์กลางการวิจัย และนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ และกลุ่ม BIOPOLIS ศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ
          ส่วนอีกหนึ่งแห่งคือ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ของสำนักงาน พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสาร สนเทศ (GISTDA) บนเนื้อที่ 120 ไร่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นที่ตั้งของ SPACE KRENOVAPOLIS ศูนย์กลางและฐานในการรังสรรค์นวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
          "ทางโครงการวางไว้ให้ EECi เป็นพื้นที่วิจัยและออกแบบวิศวกรรมควบคู่กัน ซึ่งเราต้องการให้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมาร่วมออกแบบมาสเตอร์แพลนด้วย เพราะในอนาคตเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากสถานที่แห่งนี้ โดย เราอยากเห็นอาจารย์และนักศึกษา มาร่วมทำวิจัยกับภาคเอกชนใน EECi เลย"

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ คือ กำลังคน สวทช.จึงร่วมมือกับกลุ่ม มทร.ซึ่งมี ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการผลิต และช่างเทคนิคที่จะเข้ามาทำงานในโรงงานต้นแบบ โดยหลังจาก ที่มีการขยายออกไปสู่กระบวนการผลิต จริงคนเหล่านี้สามารถเข้าไปทำงานกับบริษัทหรือภาคอุตสาหกรรมได้ทันที  
"เราทำการวิจัยพร้อมกับการเตรียมกำลังคนไปในตัว มทร.จะเป็นกำลังหลักในการผลิตคนให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นระลอก ขณะเดียวกัน เราสามารถใช้พื้นที่ EECi เปลี่ยนจากระบบการเรียนปกติ มาเป็นการเรียนแบบ Hands on อย่างมีเป้าหมาย และมีอุตสาหกรรมรองรับชัดเจน"
ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์" อธิการบดี มทร.กรุงเทพ ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดี มทร.กล่าวเสริมว่า แนวทางการดำเนินงานของ EECi ในหลายด้านสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกลุ่ม มทร.ทั้ง 9 แห่ง กำลังขับเคลื่อนอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อก้าวสู่การเป็น Train the Trainer รวมถึงการออกแบบหลักสูตรใหม่ ๆ ที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมให้ได้มากที่สุด

          ทั้งนั้น กลุ่ม มทร.มีการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ใน 6 ด้าน ซึ่งแต่ละด้านจะมีแต่ละ มทร.เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน ได้แก่ ด้านที่ 1  พัฒนากำลังคนระบบ Transport & Logistic ประกอบด้วย 1.ศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน (มทร.กรุงเทพ) 2.ระบบขนส่งทางราง (มทร.อีสาน) โดยจะมีการจัดตั้งสถาบันวิจัยรถไฟความเร็วสูง 3.ระบบขนส่งทางทะเล (มทร. ศรีวิชัย) 4.การพัฒนาบุคลากรนักปฏิบัติโลจิสติกส์ระดับอาเซียน (มทร.ตะวันออก)
          ด้านที่ 2  ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (มทร.พระนคร) ด้านที่ 3 การบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มทร.สุวรรณภูมิ) ด้านที่ 4 โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูวิชาชีพ (มทร.ธัญบุรี) และ 2.การผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ มี มทร.ล้านนาเป็น ผู้ขับเคลื่อนในการผลิตครูช่าง ซึ่งได้ร่วมมือกับประเทศเยอรมนีและฟินแลนด์
          ด้านที่ 5  โครงการด้านกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) มี มทร.กรุงเทพเป็นผู้รับผิดชอบ และ Social Engagement (มทร.ล้านนา) และ ด้านที่ 6  อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รับผิดชอบโดย มทร.รัตนโกสินทร์
          "ถึงแม้จะมีการแบ่งผู้รับผิดชอบในแต่ละด้าน แต่เรามีการเรียนรู้การทำงานร่วมกัน อย่าง มทร.อีสานมีหลักสูตรด้านขนส่งทางราง หากอาจารย์จาก มทร.แห่งอื่นมีความสนใจด้านนี้ สามารถไปร่วมเป็นบุคลากรในการช่วยสอนกับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ได้ เพราะถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนา องค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อนำกลับมาประยุกต์กับการสอนของตัวเอง ซึ่งกลุ่ม มทร. ทั้ง 9 แห่งจะไม่มีการเปิดหลักสูตรแข่งขันกัน แต่จะเน้นการเสริมความเข้มแข็งระหว่างกันมากกว่า"
          ทั้งนั้น เพื่อผลิตบัณฑิตรองรับ กับตลาดแรงงานของประเทศใน ยุค 4.0 อันหมายรวมถึงโครงการ EECi ด้วย